5 ข้อหลักการตลาด...รู้ไว้มีแต่ได้

5 ข้อหลักการตลาด...รู้ไว้มีแต่ได้

การตลาด

Vilasinee Churat

Vilasinee Churat

21 พ.ย. 2018, 10:00 — ใช้เวลาอ่าน 6 นาที

ในภาวะเศรษฐกิจตึงตัว และอินเทอร์เน็ต Disrupt ทุกสิ่ง ผู้ประกอบการ SMEs ต้องปรับตัวและศึกษาพฤติกรรมลูกค้าให้ถึงแก่นแท้ความต้องการที่อยู่ในใจ และนี่คือหลักการตลาด 5 ข้อที่ไม่ควรมองข้าม

 

1. รู้ทุกเรื่องที่ขาย แต่ไม่ขายทุกเรื่องที่รู้

ในยุคที่ข้อมูลความรู้หาได้แบบฟรี ๆในโลกอินเทอร์เน็ต และการเปรียบเทียบข้อมูลสินค้า ราคา มันง่ายแค่ปลายนิ้ว แต่วิธีที่จะทำให้สินค้าโดดเด่น และแตกต่างคือ การนำเสนอ ถ้าเราในฐานะผู้ผลิต รู้จักผลิตภัณฑ์ดีพอ จนเป็น specialist ในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาได้ มั่นใจเถอะสินค้าขายได้แน่นอน

 

2. ปัจเจกเท่านั้น คือคำตอบ

คุณต้องทำผลิตภัณฑ์นั้นให้เป็นเสมือน masterpiece ใส่ความเป็นปัจเจกภาพ และความภาคภูมิใจ สร้างความแตกต่างให้ตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งในเรื่องคุณค่าต่อสังคม หรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ลูกค้ารู้ถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ภูมิใจทุกครั้งที่ใช้ หรือมอบผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ให้ใคร

 

3. ลูกค้าคือญาติมิตร

คำว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” อาจดูเชยในยุคนี้ เพราะถ้าคุณคิดแบบนั้น คุณจะไม่สามารถรู้ความต้องการที่แท้จริงในใจของลูกค้าว่าเขาต้องการอะไร และคุณคิดแต่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเสนอให้พระเจ้าของคุณ แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการก็ได้ กลับกันเปลี่ยน mindset ใหม่ คิดว่าลูกค้าคือ เพื่อนสนิท ญาติ หรือคนที่เรารักและอยากมอบความสุขเมื่อเขาได้รับของสิ่งนั้น เพียงเท่านี้เราจะมีจินตนาการในการทำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อีกเพียบ และแน่นอนว่ารูปแบบสินค้าคุณจะเปลี่ยนไป

 

4. การตลาด Online น่ะใช่ แต่ Offline ก็อย่าทิ้ง

“Don’t put all your eggs in one basket” ก

ในภาวะเศรษฐกิจตึงตัว และอินเทอร์เน็ต Disrupt ทุกสิ่ง ผู้ประกอบการ SMEs ต้องปรับตัวและศึกษาพฤติกรรมลูกค้าให้ถึงแก่นแท้ความต้องการที่อยู่ในใจ และนี่คือหลักการตลาด 5 ข้อที่ไม่ควรมองข้าม

 

1. รู้ทุกเรื่องที่ขาย แต่ไม่ขายทุกเรื่องที่รู้

ในยุคที่ข้อมูลความรู้หาได้แบบฟรี ๆในโลกอินเทอร์เน็ต และการเปรียบเทียบข้อมูลสินค้า ราคา มันง่ายแค่ปลายนิ้ว แต่วิธีที่จะทำให้สินค้าโดดเด่น และแตกต่างคือ การนำเสนอ ถ้าเราในฐานะผู้ผลิต รู้จักผลิตภัณฑ์ดีพอ จนเป็น specialist ในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาได้ มั่นใจเถอะสินค้าขายได้แน่นอน

 

2. ปัจเจกเท่านั้น คือคำตอบ

คุณต้องทำผลิตภัณฑ์นั้นให้เป็นเสมือน masterpiece ใส่ความเป็นปัจเจกภาพ และความภาคภูมิใจ สร้างความแตกต่างให้ตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งในเรื่องคุณค่าต่อสังคม หรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ลูกค้ารู้ถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ภูมิใจทุกครั้งที่ใช้ หรือมอบผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ให้ใคร

 

3. ลูกค้าคือญาติมิตร

คำว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” อาจดูเชยในยุคนี้ เพราะถ้าคุณคิดแบบนั้น คุณจะไม่สามารถรู้ความต้องการที่แท้จริงในใจของลูกค้าว่าเขาต้องการอะไร และคุณคิดแต่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเสนอให้พระเจ้าของคุณ แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการก็ได้ กลับกันเปลี่ยน mindset ใหม่ คิดว่าลูกค้าคือ เพื่อนสนิท ญาติ หรือคนที่เรารักและอยากมอบความสุขเมื่อเขาได้รับของสิ่งนั้น เพียงเท่านี้เราจะมีจินตนาการในการทำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อีกเพียบ และแน่นอนว่ารูปแบบสินค้าคุณจะเปลี่ยนไป

 

4. การตลาด Online น่ะใช่ แต่ Offline ก็อย่าทิ้ง

“Don’t put all your eggs in one basket” กฎข้อนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ กล่าวไว้ถึงวิธีการลงทุน ในที่นี่ขอหยิบยกมาเรื่องการทำตลาด ยุค Internet of Things ทุกคนมุ่งการตลาด online เพราะต้นทุนต่ำ แต่อย่าลืมลูกค้ากลุ่ม Baby Boom ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ถนัดเทคโนโลยี และลูกค้ากลุ่ม “อยากได้ต้องได้” ไม่ชอบรอ หรือพิถีพิถันในการเลือกซื้อที่ต้องได้จับและสัมผัสสินค้าก่อนตัดสินใจ ซึ่ง 2 กลุ่มนี้มีกำลังซื้อ และไม่ควรมองข้าม วิธีที่ดี ออกบูทหรืองาน event เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านช่องทาง offline เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า เป็นแบรนด์ที่สัมผัสได้และเข้าถึงง่าย

 

5. รักแท้ไม่มีอยู่จริง

ทำอย่างไรในยุค brand loyalty ต่ำ หรือแทบไม่มีเหลือ ลูกค้าพร้อมไปจากเราทุกเมื่อ ถ้ามีเงื่อนไขที่ดีกว่า วิธีทำสงครามราคากับคู่แข่ง จัดโปรฯ ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงฐานลูกค้ากลับมา หรือวิธีออกแบบสินค้าตัวใหม่ โดยกำหนดปัญหาลูกค้าเป็นตัวตั้ง และหาวิธีแก้ปัญหาลูกค้าผ่านตัวผลิตภัณฑ์ที่เราทำขึ้นทั้งด้านสินค้าและบริการ วิธีหลังนี้อาจเห็นผลช้ากว่าการทำสงครามราคา แต่ระยะยาวแบรนด์สินค้าจะยั่งยืน ต่อให้ไม่ทำการตลาด ลูกค้าก็จะช่วยโฆษณาสินค้าให้คุณเองแบบธรรมชาติ ด้วยพลัง word of mouth

 

หลัก 5 ข้อที่เขียนจากประสบการณ์การค้าเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ยังไม่มีการค้าออนไลน์ จนถึงปัจจุบัน ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน นำไปปรับใช้ในการค้ายุค 4.0

 

ฏข้อนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ กล่าวไว้ถึงวิธีการลงทุน ในที่นี่ขอหยิบยกมาเรื่องการทำตลาด ยุค Internet of Things ทุกคนมุ่งการตลาด online เพราะต้นทุนต่ำ แต่อย่าลืมลูกค้ากลุ่ม Baby Boom ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ถนัดเทคโนโลยี และลูกค้ากลุ่ม “อยากได้ต้องได้” ไม่ชอบรอ หรือพิถีพิถันในการเลือกซื้อที่ต้องได้จับและสัมผัสสินค้าก่อนตัดสินใจ ซึ่ง 2 กลุ่มนี้มีกำลังซื้อ และไม่ควรมองข้าม วิธีที่ดี ออกบูทหรืองาน event เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านช่องทาง offline เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า เป็นแบรนด์ที่สัมผัสได้และเข้าถึงง่าย

 

5. รักแท้ไม่มีอยู่จริง

ทำอย่างไรในยุค brand loyalty ต่ำ หรือแทบไม่มีเหลือ ลูกค้าพร้อมไปจากเราทุกเมื่อ ถ้ามีเงื่อนไขที่ดีกว่า วิธีทำสงครามราคากับคู่แข่ง จัดโปรฯ ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงฐานลูกค้ากลับมา หรือวิธีออกแบบสินค้าตัวใหม่ โดยกำหนดปัญหาลูกค้าเป็นตัวตั้ง และหาวิธีแก้ปัญหาลูกค้าผ่านตัวผลิตภัณฑ์ที่เราทำขึ้นทั้งด้านสินค้าและบริการ วิธีหลังนี้อาจเห็นผลช้ากว่าการทำสงครามราคา แต่ระยะยาวแบรนด์สินค้าจะยั่งยืน ต่อให้ไม่ทำการตลาด ลูกค้าก็จะช่วยโฆษณาสินค้าให้คุณเองแบบธรรมชาติ ด้วยพลัง word of mouth

 

หลัก 5 ข้อที่เขียนจากประสบการณ์การค้าเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ยังไม่มีการค้าออนไลน์ จนถึงปัจจุบัน ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน นำไปปรับใช้ในการค้ายุค 4.0

 

Comments (3)

Join a growing community of 350,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

Join a growing community of 350,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ